2007/Sep/27

ความกลัวเท่าที่ผมเคยสัมผัส

บางที่ถ้ามีคนมาถามว่าในชีวิตนี้เคยกลัวอะไรมากที่สุด

ผมยังคงไม่สามารถบอกได้ แต่ต้องขอนึกเรื่องที่เคยกลัวก่อน

ครั้งแรกเลยก็คือตอนที่แม่มาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนนะลูก



ผมกลัวมากๆเลย เพราะไม่รู้จักว่าโรงเรียนคืออะไร

รู้แค่ว่าไม่ใช่ที่บ้านแน่

แต่พอได้ไปโรงเรียนแล้วก็อาจจะร้องไห้บ้างใน 3-4 วันแรก

พอเข้าอาทิตย์ที่สองผมก็เริ่มไม่กลัวแล้ว

แล้วก็มาคิดว่าเราจะกลัวอะไรว่ะ แค่นี้เอง



ความกลัวถัดมา

คือตอนป.1

อาจารย์จะให้นักเรียนลุกขึ้นยืนอ่านหนังสือทีละคน

คนละ 5 บรรทัด เรียงลำดับตามเลขที่

วันพรุ่งนี้ก็คงถึงคิวผมแล้ว

ตอนป.1 ผมยังอ่านหนังสือไม่ได้เลย โง่มากๆ

ตอนนั้นผมแปลกใจอยู่นิดหน่อยว่า

เพื่อนที่เรียน ที่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาล

ทำไมทุกคนถึงอ่านหนังสือกันได้แล้วเหลือแค่ผมคนเดียวที่ยังอ่านไม่ได้

นาฬิกาผมก็ดูไม่เป็น

ให้บอกชื่อเดือนผมก็บอกไม่ได้

มันอะไรกันว่ะ

(ช่างแม่งเหอะ ขอเว้นไว้ก่อน)


ตอนนั้นผมกลัวมากๆ กลัวจนเป็นโรคป่วยการเมือง

ผมได้เป็นโรคนี้ตั้งแต่ป.1 ถือว่าเร็วมากๆ

เร็วกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน

ถ้าให้ตอนนี้มาอธิบายผมก็คงบอกไม่ได้ว่า

ป่วยการเมืองคืออะไร

แต่ตอนนั้นผมมั่นใจว่า นี่แหละคือโรคป่วยการเมืองแน่นอน


ผมหนีมาอยู่อาทิตย์กว่าๆ

แต่ท้ายที่สุดก็ต้องหันหน้าสู้เผชิญกับมันอยู่ดี

หนีไม่พ้น



แต่ระหว่างนั้นผมไม่ได้หนีอย่างเดียวผมจำได้ว่า

ผมให้แม่อ่านให้ฟัง 5 บรรทัด



แล้วผมใช้จำเอา

ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าผมมีความจำที่เป็นเลิศมาก

แค่เพียงหลับตาแล้วฟังเอาเพียงรอบเดียวผมก็จำได้หมดแล้ว


แต่เด็ก ก็คือเด็ก

ช่วงที่ผมหยุดไป เพื่อนคนที่มีหมายเลขต่อจากผม

เค้าก็ต้องอ่านในส่วนของผม

แน่นอนครับ

ผมต้องอ่าน 5 บรรทัดแรกในหน้า 48



แต่อาจารย์บอกกับผมว่า

นายบอล เพื่อนๆเค้าอ่านไปกันจนจบบทนี้แล้ว

เธออ่านบทใหม่ตั้งแต่เริ่มแรกเลยละกัน เปิดไปที่หน้า 57 นะ

เอาละ เริ่ม





มานะ





มานี







ชูใจ

มานะ...........มานี..........ชูใจ



มานี........ชูใจ.........มานะ



ชูใจ........มานะ.........มานี



ผมจำได้แค่นั้น ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นเป็นยังไง

มันคงเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมากแน่ๆ

จนสมองของผมได้ทำการลบออกไปจากความทรงจำจนหมดสิ้นไม่เหลือเลยแม้แต่นิดเดียว

ทั้งๆที่เรื่องราวตอนนั้นมันชัดเจนมาก

.......มากจนเห็นภาพ



อืม มันคงเลวร้ายมากจริงๆ

แต่หลังจากนั้นผมก็อ่านหนังสือได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


แน่นอนครับ


ผมดูเวลาเป็นแล้ว

ผมบอกชื่อเดือนได้ครบทั้ง 12 เดือนด้วย



ความกลัวต่อมา

ตอน ป. 3 ผมได้รับมอบหมายให้ออกไปร้องเพลงบนเวทีในงานปีใหม่


สุดๆครับ....อะไรก็ไม่รู้

ประดังเข้ามา ถาโถมเข้าใส่

จากทุกทิศ ทุกทาง




ความกลัว กังวล ความเครียด รุมเร้าจิตใจของผมอย่างรุนแรง

ตอนนั้นคิดแต่ว่า




ทำไมต้องเป็นกูด้วยว่ะ สัดเอ๊ย
(ตอนนั้นเริ่มพูดคำหยาบได้บ้างนิดหน่อยแล้ว)



#หมายเหตู#
ผมมักจะเป็นคนที่แบบว่า ถ้ามีการจับฉลากเลือกตัวแทนของห้อง ให้ออกไปพูด หรือ ให้ทำอะไรสักอย่างแทนคนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการหยิบรายชื่อจากในหีบ
หรือเล่นเกมส์โดยส่งของไปเรื่อยๆแล้วเปิดเพลงพอเพลงจบของอยู่ที่ใครคนนั้นถูกเลือก
อะไรพวกนี้มักจะเป็นผมตลอด
ไอ้การส่งของแล้วเปิดเพลงเนี่ย
ผมเเม่งเกลียดสุดๆ
ไม่ว่าผมจะย้ายไปนั่งแม่งตรงไหน
ของแม่งก็จะมาหยุดตรงนั้นตลอด


กูนั่งหน้าก็แล้ว
นั่งตรงกลางก็แล้ว
นั่งข้างหลังก็แล้ว
นั่งริมๆหน้าต่างก็แล้ว



ไอ้ห่าเอ๊ย

แม่งจ้องจะมาหยุดที่กูตลอดเวลา

กูไม่เข้าใจจริงๆ
(ขอโทษทีวนไปไกลเลย)



ตอนนั้นเครียดมาก เครียดจนถึงขนาดที่แค่คิดก็จะอ้วกแล้ว
คุณผู้ฟัง(อ่าน) ลองคิดดู
มันเป็นความกลัวที่มากเกินกว่าที่เด็กป. 3 จะทานทนไหว
กูไม่ใช่นักร้อง กูเป็นนักเรียน เย็ดม่อน
กูไม่ไช่นักเต้น กูเป็นนักเรียน เฮ็ดเป็ด

แล้วทีเด็กห้องอื่น ทำไมมันออกมากันเป็นกลุ่มว่ะ
บางห้องก็ออกมาเต้นกันทั้งห้อง
บางห้องก็ออกมาร้องเพลงกันพร้อมหน้า

วาย...วายมี

ทำไม...ทำไมต้องเป็นกูว่ะ
ที่ออกมาแค่คนเดียวเป็นตัวแทนห้อง ทั้งร้อง ทั้งเต้น

ไอ้เหี้ยเอ๊ยยยย...หนูทำได้!!!

แม่งปวดร้าวจริงๆ


เท่าที่จำความได้ ตอนนั้นขึ้นไปบนเวที แม่ง ยังกับยืนอยู่ในนรกเลย

ห่า...แม่งเป็นพื้นที่มรณะจริงๆ

เราก็ร้องเพลงไป.....จะร้องไห้ไป

เต้นไป.....ก็จะชักไป

หน้าตอนนั้นแม่งคงเหมือนอมก้อนขี้หมาขึ้นไปร้องด้วย
ข้ามเหอะ นึกถึงแล้วแม่งจะอ้วกว่ะ



ความกลัวอันถัดมา

คือตอนก่อนขึ้น ม. 1
(อันนี้เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มแล้ว อาจใช้คำไม่สุภาพอย่างรุนแรงผู้ปกครองควรให้คำปรึกษาบุตรหลานอย่างใกล้ชิด)



เข้าสามเสนว่ะ

อ๋อเข้าสามเสนครับ

ผมคิดว่าน่าจะเรียนที่สามเสนครับ

เออ กูก็จะเข้าสามเสนโว้ย แม่งโรงเรียนดังเหี้ยๆเลยนิ


ใครถามกูก็บอกว่าจะเข้าสามเสน
เย็ดแม่มเอ๊ยตอนนั้นคิดว่าจะเข้าได้ง่ายๆ


ชะล่าใจจัด คิดว่าเป็นเด็กในพื้นที่
บ้านอยู่ในเขตเข้าเรียนได้เลย ไอ้สัด แม่งดันมาสุดเขตพื้นที่
ตรงอีกแค่ 2 หลังก็ถึงบ้านกูแล้ว
ซวยบรม เวรกรรมจริงๆ



จับฉลากไง จับฉลาก
เรื่องจับฉลากนี่กูได้แน่ หึหึหึหึ
(ตอนนั้นหัวเราะในใจ เพราะมั่นใจมากๆเรื่องจับฉลากนี่กูบอกได้เลยว่ากูเนี่ยแหละสเปเชี่ยลลิสต์ตัวจริง)

 


กูเกิดมากับดวง จากประสบการณ์ที่ผันผ่านของกู

กูจับได้แน่....กูฟันธง!!






โค็ย(ควย)เอ๊ย.....?



เรื่องอะไรดีๆ กูจับไม่เคยจะได้ละไอ้เหี้ย
เรื่องอะไรเหี้ยๆ แม่งได้จ๊างละไอ้สาด




ตายห่าละสิ แล้วกูจะเรียนที่ไหนวะเนี่ย



อ๋อ ความสามารถพิเศษ


ใช่ๆ
พี่กู.....พี่กูตีขิมได้ เลยได้เรียนสามเสน
กู..............ความสามารถพิเศษ กู





มีอะไรบ้างวะ?





อืม





อังกะลุง!!!







ใช่แล้วกูเล่นอังกะลุงได้ หึหึหึ
ไอ้หอกเอ๊ย ดีใจได้ไม่ถึง 3 วินาทีเลย

ชิบหายแล้วอังกะลุง





มันเล่นคนเดียวไม่ด้ายยยยย

#หมายเหตุ#

อังกะลุงเป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดหนึ่ง ทำจากไม้ไผ่เป็นบ้องๆ มีไผ่หลายชิ้นหลายขนาดตั้งเรียงกันลดลั่นลงมาตามความยาว เวลาเขย่าจะมีเสียงดังใส นุ่มหู แต่หนึ่งเครื่องก็จะมีเสียงแค่คีย์เดียวเท่านั้น คนนึงเล่นถือได้อย่างมากก็สองเสียง แล้วดนตรีโลกไหนว่ะมีเสียงแค่สองคีย์

ตอนนั้นกลัวจะไม่ได้เรียนมากเลยต้องไประบายกับเพื่อน


เฮ้ยมึงเด็กในพื้นที่ป่าวว่ะ




ป่าว




แล้วจับฉลากได้ป่าวว่ะ




ไม่ว่ะ




แล้วมึงมีความสามารถพิเศษป่าวว่ะ




มีว่ะ





อะไร





ดนตรี
กูเล่นดนตรีได้ ดนตรีไทย






เล่นเหี้ยอะไรได้ว่ะ






ค้างคาวกินกล้วย






โหมึงเก่งว่ะ
แล้วมึงเล่นอะไรว่ะ






ลาวดวงเดือน







กูหมายถึงเล่นเครื่องดนตรีอะไร






















อังกะลุง
















อังกะลุง!!!

(โอ้วว....ชิท)






เออดิ กูก็เล่นกับมึงไง จำไม่ได้เหรอ
หึหึหึ กูเข้าได้แน่ๆ สามเสนวิทยาลัย















ไปแล้ว....เพื่อนกูไปแล้ว
แม่งโง่กว่ากูอีก

เอาว่ะทางสุดท้ายแล้ว
สุดท้ายก็ต้องทำในสิ่งที่ความเป็นไปได้แทบจะไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์

ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า
ความเป็นไปไม่ได้แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์มากกว่า
ใช่แล้วครับ นั่นคือ




การสอบครับ



โหยตอนนั้น
อยากจะบอกแม่กับปะป๊าว่า
ไม่อยากจะไปสอบเลยเสียเวลาไม่ต้องเรียนก็ได้
เดี๋ยวมาช่วยป๊าขายของดีกว่า
เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็สอบไม่ได้


กว่ากูจะอ่านหนังสือออก ก็ล่อเข้าไปจะ ป. 2 แล้ว



ภาษาอังกฤษอย่ามาคุยกับกู
พิค......ด็อก.....แคท.....บุ๊ค.....เพนซิ๊ว
เวลาสอบวิชาภาษาอังกฤษ ช๊อยส์ไหนยาวสุด กูก็กาข้อนั้นแหละ



เลข อย่ามาข้องเกี่ยวกับกูเลย
กูท่องสูตรคูณได้แค่แม่ 5 เอง
เลยจากนั้นไม่ได้แล้ว กูงง
เวลาสอบกูก็ซื้อไม้บรรทัดที่มีสูตรคูณข้างหลังไปสอบอ่ะ
กูพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า ไม่บรรทัดคือเพื่อนแท้ยามยากของกู



สังคมอย่าได้มา้เอื้อนเอ่ย
เรื่องมันผ่านมาแล้ว จะไปรู้มันทำเหี้ยอะไรว่ะ
แม่งเรียนแต่เรื่องซ้ำๆ

24.)สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ถูกง้าวพระแสงฟันโดยใคร
ก.) พระเจ้าแป ข.) พระเจ้าแป่ ค.) พระเจ้าแป้ ง.) พระเจ้าแป๊ จ.) พระเจ้าแป๋




อืม
แป แป่ แป้ แป๊ แป๋

เอา จ.จานละกันว่ะชื่อนี้คุ้นๆ พระเจ้าแป๋
ข้อนี้ตั้งแต่เรียนมาเคยออกสอบมาแล้วประมาณ 5 ครั้งได้
กูก็ตอบพระเจ้าแป๋ แม่งทั้ง 5 ครั้งนะแหละ
เป็นไงละ ไอสัด งงเลยดิ
กูรักใครรักจริงโว้ย(เกี่ยวเหี้ยไรว่ะ)



แล้วยังงี้ยังจะให้กูแบกหน้าด้านๆเข้าไปสอบแข่งกับเค้าอีกเหรอว่ะ
กูสงสารเด็กเรียนที่มันตั้งใจเรียน ตั้งใจสอบ
กูไม่อยากเอาตัวกูไปนั่งสอบห้องเดียวกับเค้า กูสงสารเค้า




ไอ้สัดเอ๊ย





เห็นใจกูบ้าง
ให้โอกาสกูบ้าง


กูอายประชาชีเค้า






แต่วันประกาศผล












ปรากฎว่าดันสอบเข้าสามเสนได้
แต่เป็นสามเสน 2 ไม่ใช่สามเสนเดิม ปีนั้นสามเสน 2 เพิ่งเปิดเป็นปีที่ 2
แต่ก็ยังใช้สถานที่เรียนที่เดียวกัน
ก็เอาว่ะ แม่งก็คือๆกันน่ะแหละ




อีกครั้งนึงก็คือตอนสอบเอ็นทรานซ์

อืม........เอ่อ


........อันนี้ไม่กลัวเท่าไหร่ว่ะ
เพราะเริ่มที่จะเรียนรู้แล้วว่า


ปริมาณอานุภาพความกลัวมันแปรผกผันกับคุณวุฒิและวัยวุฒิ


ทุกๆเรื่องถ้าให้ย้อนกลับไปเจออีก(แต่เป็นอายุปัจจุบันนะ)บอกได้เลยว่าแม่ง


ปัญญาอ่อนว่ะ!!



แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปตอนนั้นจริงละก็...คิดว่าก็คงจะน่ากลัวเหมือนเดิมน่ะแหละ
ความน่ากลัวมันก็คงยังจะมีอยู่



แต่ตอนนี้พอมามองดูจากมุมนี้แล้วมันเหมือนจะสอนอะไรเรา
ในอนาคตได้จริงๆนะ


คือเรื่องของเรื่องจะบอกว่า

ไม่ว่าตอนนี้คุณ(ที่กำลังอ่านอยู่)จะต้องเจอกับเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คุณกลัว
ทั้งที่มันเกิดไปแล้ว
กำลังเกิดอยู่
หรือยังไม่เกิดก็แล้วแต่

อยากให้รู้ไว้ว่า ไม่ว่ามันจะทำให้คุณเครียดขนาดไหนก็ตาม
พอเวลามันผ่านไป
อายุคุณเพิ่มขึ้น
ผมบอกได้เลยว่าความน่ากลัวมันจะลดลงแน่นอน


แล้วพอคุณลองหันกลับไปมองความกลัวที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ
ผมกล้าฟันธงได้เลยว่า
ความกลัวนั้น มันก็ไม่เท่าำไหร่หรอก




เหมือนที่เหล่าเด็กวัยรุ่นผู้ที่จะกลายเป็นอนาคตของชาติ
เค้าชอบพูดกัน






ชิว ชิว....ขำ ขำ

รู้จักป่ะคำเนี้ย ใช้อธิบายได้ดีที่สุดแล้ว















เอ๊า.......









































งงอ่ะดิ ไอ้สาด


edit @ 2007/09/27 13:27:29
edit @ 2007/09/27 13:30:24
edit @ 2007/09/27 13:40:49
edit @ 2007/09/27 13:42:52

Comment

Comment:

Tweet


คุณน้องค่ะไปดูเวปเนี้ยนะค่ะแล้วจะได้ศึกษาเรื่องดนตรีไทยจะได้รู้มากกว่าอังกะลุงนะค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

http://www.xn--42cg3bekk9dce9g7dra8iwc9b.com
#8 by ple5410 (124.120.65.199) At 2009-09-22 13:46,
อ่าน้า..เหมือนหนังสือทอล์คโชว์เรย

หุหุ ก้อเพลินดีน้าพี่บอลลูน
#7 by GiB (124.121.127.10) At 2008-02-03 04:11,
ฮ่าดีพี่

คิดไงอ่ะ

จะเอาอังกะลุงไปสอบเข้าอ่ะsad smile

แต่ก๊ากดี ชอบๆdouble wink

#6 by น้องเพื่อนคุณ (58.11.65.228) At 2007-11-02 22:56,
สำนวนเหมือนแกมาเล่าให้ฟังข้างๆเลยวะ
แม่งเขียนหนังสือขายดีก่า อย่าถ่ายรูปเลย open-mounthed smile open-mounthed smile
#5 by เพื่อนคุณ (124.121.65.43) At 2007-11-01 19:14,
บทความเยอะดีค่ะ แตกต่างมากเลย
#4 by oSweet Devilo (202.57.144.210 /192.168.140.129) At 2007-10-05 00:09,
ฮาดีค่ะ หึหึ
ครั้งสุดท้ายที่มีคนพูดคำว่า ชิวชิว ขำขำ ให้เราได้ยินนะ คน ๆ นั้นถูกลิงเคาะกระโหลกในวินาทีต่อมา (ไปแหย่มัน)
#3 by K9 At 2007-09-27 17:41,
เป็นบทความที่มีระดับภาษาหลากหลายมากกกเลย
แต่ก็ฮาดี......ก๊ากกก เหมือนกำลังฟังบอลเล่าเลย555
#2 by tiruk (202.142.197.229) At 2007-09-27 17:02,
งง...เลยอ่ะ
#1 by *~Karn3D~* At 2007-09-27 14:10,